Skip to main content

Campaign URL Builder




นักการตลาดออนไลน์ส่วนใหญ่ คงจะต้องคุ้นเคยกับการใช้ Google Analytics ในการนำ Data ที่ได้เพื่อนำมาวิเคราะห์และทำการพัฒนาหรือปรับแต่ง Campaign การตลาดต่อไป และการที่จะให้ข้อมูลที่ได้จาก Google Analytics มีความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น การทำ UTM ก็สำคัญ เพราะการทำ UTM จะทำให้ Google Analytics รู้ว่า Click นั้นมาจาก Campaign ไหน แหล่งไหน Ad ตัวไหน ฯลฯ

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกันก่อนว่า UTM นั้นคืออะไร การทำ UTM ก็คือการใส่ Parameter ต่างๆ เข้าไปใน URL ของเวปไซต์ที่เราต้องการจะ Track  โดย Parameter หลักๆ ที่เราจะใส่เข้าไปใน URL ที่เราต้องการจะ Track ก็จะมี

- Campaign Source คือ แหล่งที่มาของ Campaign เช่น Click นี้มาจาก Google หรือ Newsletter
- Campaign Medium คือ สื่อที่เราใช้เพื่อโปรโมท Campaign เช่น CPC, Banner, Email
- Campaign Name คือ ชื่อของ Campaign เช่น Online Course
- Campaign Term อาจจะเป็น Keyword ที่เราใช้
- Campaign Content คือเนื้อหาของ Campaign ซึ่งเราอาจจะใช้เอาไว้ Track Ad ที่แตกต่างกัน

โดย Parameter แต่ละอันก็จะมี Tag ของแต่ละตัว เช่น utm_source หรือ utm_medium แล้วต้องเชื่อมด้วย เครื่องหมาย "&"

แต่ถ้าฟังดูแล้วมันยุ่งยากในการที่จะ Build Custom URL นี้ วันนี้จะมาแนะนำ ตัวช่วยในการที่เราจะใส่ Parameter ต่างๆ เข้าในใน Custom URL เพื่อที่จะ Track ใน Google Analytics

- ขั้นแรก เลยไปที่ https://ga-dev-tools.appspot.com/campaign-url-builder/ 
- เมื่อเข้าไปแล้วเราจะเจอ Field ต่างๆ ซึ่งให้เราใส่ Parameter ต่างๆ ก็ใส่ให้ครบ



เมื่อเราใส่ Parameter ครบหมดแล้ว เราจะได้ Custom URL ในช่องข้างล่าง เราก็สามารถเอา URL นี้ไปใช้ได้ เช่น อย่างในตัวอย่าง ก็อาจจะใส่ ใน Email ที่เราส่งให้ลูกค้าเป็น Newsletter หรือบางคนก็อาจจะเอาไปใส่ใน Google Ad Campaign 



Comments

Popular posts from this blog

Feedly - ตัวช่วยในการรวมบทความไว้อ่านในที่เดียว

ในการทำงานของบางสาขาอาชีพ อย่างเช่น งาน IT งาน Online Digital Marketing นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการ Update ความรู้ ข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เพราะ เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วมาก แหล่งที่เอาไว้อ่านข้อมูล ข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับเรื่อง IT หรือ Online Marketing นั้นก็ไม่พ้นพวก Blog ต่างๆ และ ปกติ ก็มักจะไม่ได้อ่านจาก Blog แค่ Blog เดียว อย่างผมก็จะอ่านจาก หลายๆ Blog เพราะ แต่ละ Blog ก็จะมีจุดแข็ง หรือ ความเชี่ยวชาญไม่เหมือนกัน อย่างเรื่อง Online Marketing นั้น Blog นี้อาจจะถนัดเรื่อง SEO ในขณะที่ Blog นี้อาจจะเชี่ยวชาญเรื่อง Google Adwords หรือ Facebook Ads แต่จะเปิด Browser หลายๆ Tab แล้วเปิดอ่านทีละ Blog ก็ดูจะยุ่งยาก ไม่ค่อยสะดวก เสียเวลา ยิ่งอ่านจาก Mobile บางทีเสียอารมณ์ วันนี้มีตัวช่วยจะมาแนะนำ เป็นเวปไซต์หนึ่งชื่อว่า Feedly ซึ่งสามารถช่วยเรารวบรวม Blog ต่างๆ ที่เราสนใจเอาไว้ในที่เดียวผ่านทาง RSS Feed มาลองใช้กันเลยดีกว่า ขั้นแรกไปที่ https://feedly.com แล้วกดที่ GET STARTED FOR FREE เราสามารถเลือกที่จะ Login โดยใช้ Google Account, Feedly Account หรือ Facebook Account อย่า...

สร้าง Google Account ด้วย Email บริษัทไม่ใช้ Gmail

การที่จะใช้บริการต่างๆ ของ Google เช่น Google Drive, Google Doc, Google Spreadsheet, Google + หรือ จะ Add บริษัทเข้าไปที่ Google Map ผ่าน Google My Business จำเป็นที่เราจะต้องมี Google Account ซึ่งส่วนใหญ่คนก็จะใช้ Gmail  แต่บางคน รวมถึงผมด้วย ขี้เกียจที่จะไป Create new Gmail account ขึ้นมา แล้วไหนยังจะต้องมาคอยจำ Account ใหม่ที่สร้างขึ้นมาอีก ไหนๆ เราก็ใช้ Email บริษัททุกๆ วัน Username และ Password ก็จำได้ขึ้นใจ งั้นเรามาสร้าง Google Account จาก Email บริษัทที่เราใช้กันอยู่ ทุกๆ วันดีกว่า ขั้นแรก ไปที่  https:// accounts . google .com/SignUpWithoutG mail   จากนั้นก็กรอกข้อมูลต่างๆ โดยที่ช่อง Your Email Address ก็ให้ใส่ Email บริษัทที่คุณต้องการใช้ในการสร้าง Google  Account และ Password เราก็อาจจะใช้ Password ที่เราใช้กับ Email บริษัทที่เราใช้อยู่ก็ได้ จะได้ไม่ต้องจำ Password หลายอัน กรอกเสร็จแล้วก็กด Next step  ระบบอาจจะให้ ให้ทำการ Verify Account โดยทำได้ 2 วิธีคือให้ส่ง Code มาทาง SMS หรือ ให้ระบบของ Google โทรมาบอก Code ซึ่งเ...

มาสร้าง LINE @ กันเถอะ

จู่ๆ ผู้บริหารก็บอกว่า อยากจะให้บริษัทมี LINE Account เพื่อเอาไว้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร กับลูกค้า เนื่องจากปัจจุบันนี้ ให้ พนักงาน ใช้ LINE ส่วนตัวในการติดต่อกับลูกค้า ปัญหาที่เกิดคือ ลูกค้าก็ติดต่อกับพนักงานคนนั้นได้แค่คนเดียว คนอื่นๆ ไม่รู้เรื่องเลย เวลาลูกค้าส่ง File อะไรต่างๆ ก็ต้องรอพนักงานคนนั้นส่งต่อให้พนักงานคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดวันไหน มันลางาน หรือ ติดต่อไม่ได้ก็งานเข้าเลย นอกจากนั้นเจ้านายอยากได้แบบว่าไม่เสียตังค์ด้วย อืม ... งั้นเรามาสร้าง LINE @ กันเถอะงั้น ขั้นตอนที่ 1 - ไปโหลด App LINE@App มาก่อน โหลดแล้วก็ลงให้เรียบร้อย   ขั้นตอนที่ 2 - ลงแล้วก็เปิด App นี้ขึ้นมา จะเจอ Option ให้เลือก 2 อัน คือ 1. Start with LINE  2. Login with LINE account  option 1 ให้สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน Email  ส่วน Option 2 สำหรับใครที่ได้ลงทะเบียน Email ไว้แล้ว ก็เลือก Option นี้ได้เลย ซึ่งผมลงทะเบียน Email ไว้แล้ว ก็เลือก Option 2  จากนั้นก็กรอก Email และ Password ที่เราลงทะเบียนไว้ แล้วกด Login ขั้นตอนที่ 3 - เสร็จแล้วจะมาเจอห...